ขุขันธ์ เมืองเก่า ชนทุกเผ่าสามัคคี บารมีพระแก้วเนรมิตวัดลำภูคู่หลวงพ่อโตวัดเขียน กระอูบ เกวียน ครุน้อย เครื่องจักสาน ปราสาทโบราณเป็นศรี ประเพณีแซนโฎนตา...ต้นไม้จะอยู่ได้ก็เพราะราก ชาติจะอยู่ได้ก็เพราะวัฒนธรรม การทำลายต้นไม้ ง่ายที่สุด คือทำลายที่ราก การทำลายชาติไม่ยาก ถ้าทำลายวัฒนธรรม...ไร้รากเหง้า วัฒนธรรม วิถีชีวิต และจิตวิญญาณ ไร้เรา...

การขอตั้งเมืองกันทรลักษ์และเมืองอุทุมพรพิสัย

  ปี พ.ศ. 2410 ในปีนี้เองที่พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน ท่านที่ 8 (ท้าววัง - พุทธศักราช ๒๓๙๕ - ๒๔๒๖ได้ขอกราบบังคมทูลขอตั้งบ้านลำแสนไพรอาบาล และบ้านกันตวดให้ยกฐานะขึ้นเป็นเมือง   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงโปรดเกล้าฯ ตามที่ทูลขอ โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะบ้านลำแสนไพรอาบาล  ขึ้นเป็นเมืองชื่อว่า เมืองกันทรลักษ์ พร้อมกับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พระแก้วมนตรี (ท้าวพิมพ์  บุตรพระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน (ท้าววัง) เจ้าเมือง ขุขันธ์ท่านที่ 8) ให้มีบรรดาศักดิ์  ในราชทินนาม “พระกันทรรักษ์ภิบาล” ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองกันทรลักษ์เป็นท่านแรก  

พระกันทรรักษ์ภิบาล (ท้าวพิมพ์ หรือ พระแก้วมนตรี) เจ้าเมืองกันทรลักษ์ท่านแรก
เพื่อเป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวใจควบคู่ศาลหลักเมืองควรได้สร้างอนุสาวรีย์ให้ท่าน
ทำให้เกิดความสมบูรณ์ในการเป็นเมืองกันทรลักษ์  เกิดความภาคภูมิใจ นำสู่การพัฒนา
เมืองกันทรลักษ์ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

            แล้วยังทรงโปรดเกล้าฯ  ให้ยกฐานะบ้านกันตวด (ปัจจุบันหมู่บ้านนี้อยู่ฝั่งประเทศกัมพูชา แถบแนวชายแดนจังหวัดพระวิหาร) ขึ้นเป็นเมืองอีกเมืองหนึ่งให้ชื่อว่า เมืองอุทุมพรพิสัย  โดยทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ ท้าวบุตรดี (บุตรพระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน เจ้าเมืองขุขันธ์ท่านที่ 8 หรือท้าววัง ) ให้มีบรรดาศักดิ์ในราชทินนาม  “พระอุทุมพรเทศานุรักษ์” ในตำแหน่งเจ้าเมืองอุทุมพรพิสัยเป็นท่านแรกเช่นกัน โดยให้การปกครองของทั้งสองเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ขึ้นต่อเมืองขุขันธ์  ทั้งนี้ พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน (ท้าววัง)  ยังได้ถือโอกาสนี้ทูลเกล้าฯ ขอแต่งตั้ง  พระจำนงค์ (ท้าวแก้ว) เป็น “พระภักดีภูธรสงคราม  ตำแหน่งปลัดเมืองขุขันธ์ และขอตั้งพระบริรักษ์ภักดี (ท้าวอ้น) นายกองนอก  เป็นพระแก้วมนตรี  ตำแหน่งยกบัตรเมืองขุขันธ์   พระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงโปรดเกล้าฯ ตามที่ทูลขอ

ภาพแกะสลักนูนต่ำ ๑๕๐๐ ปี ที่ผามออีแดง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
(ถ่ายเมื่อ 25630718 )


            มาในปี พ.ศ. 2411 ผู้สำเร็จราชการฝรั่งเศส แห่งเมืองไซ่ง่อน ได้แจ้งต่อรัฐบาลไทยในการจัดตั้งเมืองทั้งสอง ว่ามีมูลเหตุให้เป็นที่สงสัยว่า การตั้งเมืองอุทุมพรพิสัย และเมืองกันทรลักษ์ อาจมีการรุกล้ำเขตแดนของเขมร พระเจ้าอยู่หัว ร.4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้หลวงเดชอัสดร และขุนอินทร์อนันต์ ซึ่งเป็นข้าหลวง พร้อมด้วยพระยาทรงพล ออกไปทำการไต่สวนและตรวจสอบหลักฐานแล้วจัดทำแผนที่เพื่อนำส่งให้ราชการกรุงเทพฯ ทราบ  
อย่างไรก็ตาม  เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เลวร้ายและบานปลายไปมากกว่านี้ อีกทั้ง เป็นการตัดปัญหาแต่เบื้องต้นอันอาจจะเกิด จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระกันทรรักษ์ภิบาล เจ้าเมืองกันทรลักษ์  ทำการย้ายเมืองออกไปตั้ง ณ ที่ใหม่ คือ ตั้งที่บ้านเมืองลาวเดิม (ปัจจุบัน คือบ้านหลักหิน  ตำบลบักดอง  อำเภอขุนหาญ  จังหวัดศรีสะเกษ) และทรงโปรดเกล้าฯให้เจ้าเมืองอุทุมพรพิสัย คือ พระอุทุมพรเทศานุรักษ์  ทำการย้ายเมืองอุทุมพรพิสัย ไปตั้ง ณ ที่ใหม่ คือ ไปตั้ง ณ บ้านผือ (ปัจจุบัน คือบ้านผือใหม่  ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ) 

ดร.วัชรินทร์ สอนพูด ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์
โทร. 086-1308496
นายสุเพียร คำวงศ์ เลขานุการสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์
โทร. 098-5869569

สนับสนุนโดย