ขุขันธ์ เมืองเก่า ชนทุกเผ่าสามัคคี บารมีพระแก้วเนรมิตวัดลำภูคู่หลวงพ่อโตวัดเขียน กระอูบ เกวียน ครุน้อย เครื่องจักสาน ปราสาทโบราณเป็นศรี ประเพณีแซนโฎนตา...ต้นไม้จะอยู่ได้ก็เพราะราก ชาติจะอยู่ได้ก็เพราะวัฒนธรรม การทำลายต้นไม้ ง่ายที่สุด คือทำลายที่ราก การทำลายชาติไม่ยาก ถ้าทำลายวัฒนธรรม...ไร้รากเหง้า วัฒนธรรม วิถีชีวิต และจิตวิญญาณ ไร้เรา...

ขอแสดงความยินดีกับ นายสำรวย เกษกุล นายอำเภอขุขันธ์ ในโอกาสที่ท่านได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2559

          คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ ขอแสดงความยินดีกับ นายสำรวย เกษกุล นายอำเภอขุขันธ์ ในโอกาสที่ท่านได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2559 ที่ประจำทำงานอยู่ในส่วนภูมิภาค


ขอบคุณที่มา : ไทยรัฐออนไลน์ http://www.thairath.co.th/content/920671http://www.thairath.co.th/content/920671

รถยนต์รุ่นแรกที่มีใช้ในขุขันธ์ เป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2495

         เมื่อกล่าวถึงยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง และสัญจรไปมาหาสู่กันในอดีตของเมืองขุขันธ์ก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "เกวียน" แต่ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2495 เป็นครั้งแรกของอำเภอขุขันธ์ และของจังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้มีรถยนต์ถูกนำเข้ามาใช้ในการขนส่งสินค้าเป็นครั้งแรก คือเป็นประเภท "รถจี๊ป" ซึ่งเป็นรถยนต์แบบหนึ่งที่ใช้ในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ได้แทบทุกภูมิประเทศ และมีความคล่องตัวสูง ลักษณะเป็นรถจี๊ป 4ล้อ มีสโลว์หน้า- หลัง พร้อมวิลล์ เป็นของรถจี๊ปของร้านเจริญชัย   เจ้าของรถชื่อ นายกิมใช้ แซ่เจี่ย ได้ซื้อรถจี๊ปมือสองจากจังหวัดจันทบุรี ในราคา 10,000 บาท นำมาขับเพื่อรับจ้างขนสินค้าต่างๆ อาทิเช่น ข้าวเปลือก ผลผลิตจากป่า ครั่ง น้ำผึ้ง ชัน ขี้ซี่* น้ำมัน ยาง งาช้าง หนังสัตว์ นำไปขายยังจังหวัดศรีสะเกษ และเมื่อขากลับก็จะขับรถจี๊ปคันนี้ ขนสินค้าจำเป็น เช่น เสื้อผ้า ฝ้าย เกลือ ปลาทูเค็ม ปลาร้า น้ำมันก๊าด น้ำปลา อื่นๆวิ่งส่งสินค้า จากศรีสะเกษ ขุนหาญ กันทรลักษ์ ขุขันธ์ และสิ้นสุดปลายทางที่บ้านละลม

ในภาพคือนายกิมใช้ แซ่เจี่ย เนื่องจากช่วงสมัยนั้นมีการจับกุมคอมมิวนิสต์
คนจีนที่ไปแถวบ้านห้วย ทำนบ บ้านธาตุ จะถูกสงสัยว่าคบคิดกับพวกเขมร
จึงได้เปลี่ยนชื้อเป็น นายศักดิ์ชัย เจริญศรี ถือสัญชาติไทยในที่สุด
ที่มา :
- ขอบพระคุณข้อมูลจาก นายสมคิด เจริญศรี
- http://www.royin.go.th/dictionary/

เรียนรู้รากเหง้าสงกรานต์จากประเทศเพื่อนบ้าน : กัมพูชา (14 เมษายน ค.ศ 2017)



គ្រឿង​ទទួល​ទេវតា​ឆ្នាំ​ថ្មី​នៅ​ប្រាសាទ​បាយ័នយប់​នេះ​
เครื่องสักการะบูชาต้อนรับเทวดาปีใหม่ที่ปราสาทบายน คืนนี้(คืนวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560)
              ទេវតា​ឆ្នាំ​​ថ្មី​ព្រះ​នាង​កិមិរា​ទេវី​​នឹង​យាង​ចុះ​មក​កាន់​ជម្ពូទ្វីប​នៅ​វេលា​ម៉ោង​៣​ និង​១២​នាទី​ទៀប​ភ្លឺ​ ថ្ងៃ​ទី​១៤​ ខែ​មេសា​ ឆ្នាំ​២០១៧​។ ក្នុង​ពិធី​អង្គរ​សង្ក្រាន្ត​បាន​រៀប​ចំ​​ប្រដាប់ប្រដា​ និង​គ្រឿង​សក្ការៈ​បូជា​​​ អុជ​ប្រទីប​ជ្វាលា​ថ្វាយ​ព្រះ​រតនត្រ័យ​​យ៉ាង​អស្ចារ្យ​បំផុត​​ជាប់​នឹង​ប្រាសាទ​បាយ័ន​ពិត​ជា​គួរ​​ជា​ទី​គោរព​បូជា​ និង​ពោរពេញ​ដោយ​ឬទ្ធី​បារមី​បំផុត។ ការ​រៀប​ចំ​គ្រឿង​សក្ការៈ​បូជា​នេះ​គឺ​ដើម្បី​​សុំ​​ពរ​ជ័យ សព្វ​សាធុការ​ សិរី​សួស្តី​ និង​វិបុល​សុខ​គ្រប់​ប្រការ​​កើត​មាន​ដល់​​ក្រុម​គ្រួសារ​ខ្មែរ​គ្រប់​ៗ​គ្នា។

            เทวดาปีใหม่ 2017 คือ พระนางกิมิราเทวี เสด็จย่างสูชมพูทวีป ณ เวลา 03.12 น. ใกล้สว่าง วันที่ 14 เมษายน ปี ค.ศ. 2017 ในพิธีฮ็องโกร์สงกรานต์ได้จัดให้มีการตกแต่ง และจัดเครื่องสักการะบูชา จุดเทียน และตะเกียงถวายบูชาพระรัตนตรัยอย่างอลังการที่สุด เห็นแล้วน่าเคารพศรัทธา และเต็มไปด้วยฤทธิบารมีที่สุดบริเวณใกล้กับปราสาทบายน (เมืองเสียมเรียบ พระราชอาณาจักรกัมพูชา) การจัดเครื่องสักการะบูชานี้ ก้เพื่อขอพรชัย สรรพสาธุการ สิริสวัสดิ์ และวิบูลสุขทุกประการสำหรับทุกๆครอบครัว ...(1)








            ទំនាយ​​អំពី​ហេតុភេទ​ប្រចាំ​ឆ្នាំ​ នៃ​ទេវតា​ឆ្នាំ​ថ្មី​ព្រះនាម​កិមិរាទេវី​ តាម​ជំនឿ​របស់​ប្រជាជន​ខ្មែរ​ តែង​មាន​ជំនឿ​ទៅ​លើ​ការ​ទស្សន៍ទាយ​ ​អំពី​ហេតុភេទ​នានា ​​ក្នុង​ស្រុក​ទេស​តាម​រយៈ​ការ​ទស្សន៍ទាយ​ពី​ហោរា​ផ្សេងៗ​។ តាម​មហាសង្ក្រាន្ត ​ទេវតា​ឆ្នាំ​ថ្មី​ ឆ្នាំ​រកា​នេះ សង្ក្រាន្ត​នឹង​ចូល​មក​ដល់​ថ្ងៃ​សុក្រ ៣​រោច ​ខែ​ចែត្រ ត្រូវ​នឹង​ថ្ងៃ​ទី ១៤ ខែ​មេសា ឆ្នាំ ២០១៧ ​នា​វេលា​ម៉ោង ០៣:១២​នាទី​។ ចំពោះ​ទេវតា​ឆ្នាំ​ថ្មី​នេះ ព្រះ​នាម កិមិរាទេវី ​ជា​​បុត្រី​ទី៦នៃ​កបិលមហាព្រហ្ម​ទ្រង់​​សោយ​ចេក​ណាំវ៉ា ​ជា​​អាហារ ​ហើយ​ទ្រង់​គង់​​ផ្ទំ​បិទ​ព្រះនេត្រ​លើ​ខ្នង​ មហឹង្សា (ក្របី) ជា​ពាហនៈ​ ​ចំណែក​ឯ​ព្រះ​ហស្ត​ស្ដាំ​ទ្រង់​​​កាន់​ព្រះខ័ន្ធ រី​ឯ​ព្រះ​ហស្ត​ឆ្វេង​ទ្រង់​កាន់​​ពិណ។
          คำทำนายเกี่ยวกับเหตุเภทภัยประจำปี แห่งเทวดาปีใหม่(ค.ศ. 2017) พระนามว่า กิมิราเทวี ตามความเชื่อของประชาชนชาวเขมร ซึ่งต่างมีความเชื่อเกี่ยวกับคำทำนายเกี่ยวกับเหตุเภทภัยต่างๆนานา ในบ้านเมืองตามการพยากรณ์ของโหร สำหรับมหาสงกรานต์นี้ เทวดาปีใหม่ ปีระกานี้ จะเข้าสุ่สงกรานต์ในวันศุกร์ แรม 3 ค่ำ เดือนห้า ตรงกับวันที่ 14 เดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2017 เวลา 03.12 น. สำหรับพระนามของเทวดาปีใหม่นี้ คือ กิมิราเทวี เป็นบุตรีลำดับที่ 6 แห่งท้าวกบิลมหาพรหม ทรงเสวยกล้วยน้ำว้า เป็นอาหาร และทรงประทับหลับพระเนตรบนหลังหิงสา(ควาย) ซึ่งเป็นพาหนะ พระหัสต์ขวาทรงถือพระขรรค์ และพระหัสต์ซ้ายทรงถือพิณฯ...(2)

            តាម​រយៈ​សៀវភៅ​មហាសង្ក្រាន្ត ដែល​រៀបរៀង​ដោយ​ឯកឧត្ដម អ៊ឹម បុរន្ទិ​ អគ្គលេខាធិការ​រង គណៈកម្មការ​ជាតិ​រៀបចំ​បុណ្យ​ជាតិ និង​អន្តរជាតិ គណៈកម្មការ​ស្រាវជ្រាវ​វិជ្ជា​ហោរាសាស្ត្រ និង​ប្រពៃណី​ទំនៀម​ទម្លាប់​ខ្មែរ បាន​បង្ហាញ​អំពី​ទំនាយ​នៃ​ទេវតា​ឆ្នាំ​ថ្មី​ដូច​ខាង​ក្រោម​៖​​
            ตามหนังสือมหาสงกรานต์ ซึ่งเรียบเรียงโดย ฯพณฯ อึม บุรนทิ รองเลขาธิการ คณะกรรมการชาติเตรียมงานบุญแห่งชาติ และนานาชาติ คณะกรรมการศึกษาค้นคว้าวิชาโหราศาสตร์ และขนบะรรมเนียมประเพณีเขมร ได้นำเสนอเกี่ยวกับคำทำนายแห่งเทวดาปีใหม่ ดังต่อไปนี้

             ១. ​​ទំនាយ​ទឹក​ភ្លៀង​៖ ​ឆ្នាំ​នេះ​ ភព​អង្គារ​ជា​អធិបតី ដឹក​នាំ​ផ្លូវ​ទឹក​ទៅ​សុំ​ទឹក​ភ្លៀង​ពី​ស្ដេច​នាគ​ ហើយ​នាគ​បាន​បង្អុរ​ទឹក​ភ្លៀង​ ៣០០​មេ។ ​ដូច្នេះ​ហើយ​នៅ​ជម្ពូ​ទ្វីប​មនុស្ស​លោក នឹង​បណ្ដាល​ឱ្យ​មាន​ទឹក​ភ្លៀង​តិច​នៅ​ដើម​ឆ្នាំ កណ្ដាល​ឆ្នាំ​ភ្លៀង​មធ្យម ​និង​ចុង​ឆ្នាំ​ភ្លៀង​ច្រើន​។
            1. ทำนายเกี่ยวกับน้ำฝน ปีนี้ ภพอังคารเป็นอธิปดี เป็นผู้นำทางไปขอน้ำฝนจากพระยานาคราช แล้วพระยานาคราชก็ให้น้ำฝน รวมทั้งสิ้น 300 ห่า ดังนั้น ในชมพูทวีปแห่งมนุษย์โลก จะบันดาลให้เกิดน้ำฝนน้อยในช่วงต้นปี กลางปีปริมาณฝนปานกลาง และปลายปีปริมาณฝนมากฯ

             ២. ​ទំនាយ​ខ្យល់​៖ ​ទំនាយ​ទាយ​ថា ក្នុង​ឆ្នាំ​នេះ​មិន​ត្រជាក់​មិន​ក្ដៅ ​មាន​ខ្យល់​ព្យុះ​ខ្លាំងៗ​ជា​ច្រើន ហើយ​អាច​កើត​ហេតុ​ល្អ ឬ​អាក្រក់​អំពី​ខ្យល់​។
             2. ทำนายเกี่ยวกับลมฟ้าอากาศ ท่านว่า ในปีนี้ ไม่เย็นไม่ร้อน จะมีพายุหนักๆเป็นส่วนมาก และอาจจะเกิดเหตุดี หรือเหตุร้ายจากลมฟ้าอากาศแลฯ

            ៣. ​ទំនាយ​ទឹក​ទន្លេ​៖ ឆ្នាំ​នេះ​ទំនាយ​ទឹក​ទន្លេ​មាន​សំណល់​សូន្យ។ ​ដូច្នេះ​ទំនាយ​ទាយ​ថា ទន្លេ បឹង​បួរ នឹង​មាន​ទឹក​ជំនន់​ដោយ​ទឹក​ភ្លៀង​មាន​ចំនួន​ច្រើន​ណាស់ ច្រើន​លើស​អស់​ឆ្នាំ​ទាំង​ពួង​។
            3. ทำนายเกี่ยวกับน้ำท่า ปีนี้ น้ำในแม่น้ำมีการรวมศูนย์ ดังนั้นทายว่า แม่น้ำ และบึงต่างๆ จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากน้ำฝน มากกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา

            ៤. ​ទំនាយ​ភោគផល​​របស់​កសិករ​៖ ​ឆ្នាំ​នេះ​មាន​កេណ្ឌ(៥) មាន​ឈ្មោះ​ថា វិបត្តិ​ ទំនាយ​ថា ស្រូវ​សំណាប នឹង​កើត​មាន​រោគ​ចង្រៃ​ ដង្កូវ​ ក្រា សត្វ​ល្អិត​បំផ្លាញ ​និង​បាន​ផល​ពាក់​កណ្ដាល ខូចខាត​ពាក់​កណ្ដាល​ ភោជនាហារ​ បាន​ផល​ជា​មធ្យម​។ ស្រុក​ទេស​អាច​នឹង​មាន​កលិយុគ​សង្គ្រាម ប្រជានុរាស្ត្រ​រស់​បាន​សុខ​ខ្លះ មិន​បាន​សុខ​ខ្លះ​។
           4. ทำนายเกี่ยวกับโภคผลของเกษตรกร ปีนี้ ได้เกณฑ์ 5 ชื่อว่า วิปัตติ ทายว่า ข้ากล้าในนาจะเกิดโรคระบาด มีหนอน เชื้อรา แมลงทำความเสียหาย และจะได้ผลผลิตครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งเสียหาย โภชนาหาร ได้ผลปานกลางฯ บ้านเมืองอาจเกิดกลียุค สงคราม ชาวประชาจะกึ่งสุขกึ่งทุกข์ฯ

           ៥. ​​ទំនាយ​ការ​ធ្វើ​ស្រែ​៖ ​ទំនាយ​ទាយ​ថា ​ស្រែ​ទំនាប​និង​ស្រែ​ដី​ទួល​គ្រប់​ទី​កន្លែង​នឹង​ទទួល​បាន​ផល​ល្អ ដូចគ្នា​ទាំង​ពី​យ៉ាង​។ ​ប៉ុន្តែ​បងប្អូន​ត្រូវ​ប្រុងប្រយ័ត្ន​សត្វ​ល្អិត​ចង្រៃ​ដែល​អាច​មក​បំផ្លាញ ភោគផល​ទាំង​នោះ​បាន​។
           5. ทำนายเกี่ยวกับการทำนา ทำนายว่า ทั้งที่นาลุ่มและนาดอนทุกแห่งจะได้ผลดี แต่ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังเกี่ยวกับแมลงศัตรูพืช ซึ่งอาจมาทำความเสียหายแก่โภคผลทั้งหลายนี้ได้ฯ

           ៦. ទំនាយ​ពី​ព្រះអាទិត្យ​៖ ​ឆ្នាំ​នេះ​យាន​ជំនិះ​របស់​ព្រះ​អាទិត្យ​ គឺ​សត្វ​ដំរី ទំនាយ​ទាយ​ថា ភ្លើង​កាច​សាហាវ​ស្រុក​នាម​នាគ ធ្វើ​យុទ្ធ​សង្គ្រាម​ និង​ស្រុក​នាម​គ្រុឌ​និង​នាម​កណ្ដុរ​៕
           6. ทำนายเกี่ยวกับพระอาทิตย์ ปีนี้ยานพาหนะของพระอาทิตย์ คือ ช้าง ทำนายว่า ไฟร้ายกาจ บ้านเมืองนาคนาม กระทำยุทธสงคราม กับ บ้านเมืองครุฑนาม และมูสิกนาม(นามหนู)ฯ








ขอบคุณที่มา :
(1) គ្រឿង​ទទួល​ទេវតា​ឆ្នាំ​ថ្មី​នៅ​ប្រាសាទ​បាយ័នយប់​នេះ​ http://news.sabay.com.kh/article/924360#pk_fb_page=Sabay%20News
(2) ទំនាយ​​អំពី​ហេតុភេទ​ប្រចាំ​ឆ្នាំ​ នៃ​ទេវតា​ឆ្នាំ​ថ្មី​ព្រះនាម​កិមិរាទេវី​ http://news.sabay.com.kh/article/924360#pk_fb_page=Sabay%20News

วิธีสรงน้ำพระที่บ้าน ขั้นตอนและการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี

วิธีสรงน้ำพระที่บ้าน
            วิธีสรงน้ำพระที่บ้าน อยากรู้ขั้นตอนการทำความสะอาดหิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชา และพระพุทธรูปอย่างถูกวิธี วันนี้เรามีวิธีสรงน้ำพระที่บ้านมาบอกครับ

            การสรงน้ำพระ คือ การทำความสะอาดพระพุทธรูป หิ้งพระ รูปภาพ และสิ่งของต่าง ๆ รวมไปถึงที่ประดิษฐานขององค์พระพุทธรูปให้สะอาดบริสุทธิ์ หรือเรียกอีกอย่างว่า “การถวายเครื่องเถราภิเษก” ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล และสืบเนื่องต่อมาจนถึงปัจจุบันและต้องทำเป็นประจำทุกปี ถือว่าเป็นการชำระพระวรกายของพระพุทธรูปให้ปราศจากมลทิน เพื่อให้เกิดมุทิตาจิต เบิกบานใจ สุขใจ และเกิดความเป็นสิริมงคลกับผู้ที่ปฏิบัติและทุกคนในบ้าน นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงถึงความเคารพและเสื่อมใสศรัทธาต่อพระรัตนตรัยทั้ง 3 ประการอีกด้วย สภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ จึงขอแนะนำวิธีสรงน้ำพระที่บ้านอย่างถูกต้องมาให้ได้ทราบ เพื่อให้ผู้ที่เลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้นำไปปฏิบัติกันครับ

          อุปกรณ์สรงน้ำพระที่บ้าน
           - ผ้าเช็ดทำความสะอาดผืนใหม่หรือฟองน้ำสะอาด ๆ
           - ขันใส่น้ำสำหรับเช็ดทำความสะอาดทั่วไป
           - โต๊ะที่ประดิษฐานชั่วคราว
           - พานและถาดรองตามความเหมาะสม
           - เครื่องหอม (ดอกไม้หอม, พวงมาลัย, น้ำหอม/น้ำอบ/น้ำปรุง)
           - ขันใส่น้ำสำหรับสรงน้ำพระ

          ขั้นตอนการสรงน้ำพระที่บ้าน (ถวายเครื่องเถราภิเษก)
           1. เริ่มจากอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเบื้องต้นด้วยผ้าผืนใหม่หรือฟองน้ำสะอาดทีละองค์ ถ้าหากเป็นกรอบรูปก็ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำบิดหมาดแล้วเช็ดให้เกลี้ยงเกลา
           2. จากนั้นอัญเชิญพระพุทธรูปทั้งหมดไปประดิษฐานไว้ที่พาน โดยมีถาดรองบนโต๊ะที่ประดิษฐานชั่วคราว พร้อมทั้งประดับประดาโต๊ะด้วยดอกไม้หอม กลีบดอกไม้ และพวงมาลัยให้สวยงาม
           3. ต่อมาก็เตรียมเครื่องหอม โดยการโรยดอกไม้หอม พวงมาลัย น้ำหอม น้ำอบ หรือน้ำปรุงใส่ในขันน้ำสะอาดไว้สำหรับสรงน้ำพระ
          4. หลังจากนั้นก็หันมาทำความสะอาดที่ประดิษฐานองค์พระประจำบ้าน เช่น หิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชา และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับที่ประดิษฐานองค์พระให้สะอาดสะอ้าน
          5. ขั้นตอนสุดท้ายก็ถึงเวลาที่ทุกคนในบ้านต้องมาตั้งจิตอธิฐานและร่วมสรงน้ำพระไปพร้อม ๆ กัน โดยการนำขันน้ำที่ใส่เครื่องหอมเตรียมไว้มาสรงที่พระพุทธรูปให้ครบทุกองค์ พร้อมกับกล่าวขอขมา ดังต่อไปนี้
วิธีสรงน้ำพระที่บ้าน

การกล่าวขอขมาก่อนสรงน้ำพระที่บ้าน

          - ก่อนอัญเชิญพระพุทธรูปไปประดิษฐานที่สรงน้ำชั่วคราว ให้กล่าวขอขมาเพื่อไม่ให้เกิดโทษ โดยการตั้งนะโม 3 จบ และตามด้วย “ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต” แล้วจึงอัญเชิญพระพุทธรูปไปยังที่ประดิษฐานชั่วคราว

          - ก่อนเริ่มสรงน้ำพระพุทธรูปด้วยน้ำสะอาดที่ปรุงด้วยเครื่องหอมนั้น ให้ตั้งนะโม 3 จบ และตามด้วย “อิมินา สิญฺจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว นิพพันตุ สัพพะโส เอเต สุขี โหนตุ นิรันตะรัง” เพื่อกล่าวคำอธิษฐาน แล้วค่อยตักน้ำสรงพระพุทธรูปต่อไป

          วิธีการสรงน้ำพระที่บ้านที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ หากพุทธศาสนิกชนท่านใดที่อยากสรงน้ำพระ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลและจิตใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็อย่าลืมนำวิธีการสรงน้ำพระที่บ้านอย่างถูกต้องนี้ไปปฏิบัติกันด้วยนะครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก : สภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์

ประกาศสงกรานต์ปีนี้ จุลศักราช 1379 พุทธศักราช 2560

ประกาศสงกรานต์
จุลศักราช 1379 พุทธศักราช 2560

                 ในเดือนเมษายนของทุกปี จะมีงานประเพณีของคนไทย คือ วันปีใหม่ไทย โดยทางราชการกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ 3 วันคือ วันที่ 13-15 เมษายน 2560 โดยถือเป็นประเพณีสืบมาตั้งแต่โบราณกาล วัตถุประสงค์ของสงกรานต์มีอยู่ 3 ประเด็นหลัก คือ
                 1. เป็นวันปีใหม่ของไทย
                 2. เป็นวันแห่งครอบครัว
                 3. เป็นวันผู้สูงอายุ 

               ซึ่งโดยทั่วไปก็ทราบกันดีอยู่แล้ว



                สำหรับปีนี้ วันมหาสงกรานต์ทางจันทรคติ คือ วันพฤหัสบดี แรม 2 ค่ำ เดือน 5 ปีระกา เวลา 2 นาฬิกา 49 นาที 12 วินาที ซึ่งตรงกับทางสุริยคติคือ วันศุกร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560 สำหรับวันเถลิงศกทางจันทรคติ ตรงกับ วันอาทิตย์ แรม ๕ ค่ำ เดือนห้า(๕) ปีระกา 
เวลา 6 นาฬิกา 46 นาที 48 วินาที ซึ่งตรงกับทางสุริยคติคือ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2560 
      
               
                 นางสงกรานต์ปีนี้ นามว่า กิริณีเทวี(ตำราพรหมชาติ) บางตำราว่า กาฬกิณีเทวี เป็นธิดาองค์ที่ 4 ของท้าวกบิลพรหม ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา หัตถ์ขวาทรงขอช้าง หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จไสยาสน์หลับเนตร(นอนหลับตา) มาเหนือหลังกุญชร(ช้าง) เป็นพาหนะ

                 โหราศาสตร์ ทางพิรุณศาสตร์ว่าปีนี้ จะมีฝนตกรวมกันทั้งสิ้น 300 ห่า โดยตกในเขาจักรวาล 120 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 90 ห่า ตกในมหาสมุทร 60 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 30 ห่า

                  เกณฑ์ธาราธิคุณ อาโปธาตุ น้ำมาก น้ำท่วม

                  เกณฑ์นาคราชให้น้ำ ปีระกา นาคราชให้น้ำ 4 ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีน้อย กลางปีงาม แต่ปลายปีมากแล ฯ ผลผลิตทางการเกษตรได้ 1 ส่วน 5 ส่วน

                  เกณฑ์ธัญญาหาร ชื่อ วิบัติ ข้าวกล้าในไร่นา จะเกิดกิมิชาติ คือ มีด้วงแมลงรบกวน ข้าวกล้า จะได้ผล 1 ส่วน เสีย 5 ส่วน บ้านเมืองจะเกิดยุทธสงคราม จะฆ่าฟันกัน จะนิราชจากกัน จะฉิบหายเป็นอันมากแล ฯ

                  คำทำนาย วันพฤหัสบดี เป็นวันมหาสงกรานต์ : จะแพ้ข้าไท พระสงฆ์ราชาคณะจะได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจกันแล ฯ , วันศุกร์ เป็นวันเนา : ข้าวจะแพง แร้งกาจะตายห่า สัตว์ในป่าจะเกิดอันตราย , วันอาทิตย์ เป็นวันเถลิงศก : พระมหากษัตริย์จะรุ่งเรืองด้วยพระเดชานุภาพ จะมีชัยชนะแก่ศัตรูทั่วทิศาทั้งปวงแล ฯ , นางสงกรานต์ ไสยาสน์หลับเนตร (นอนหลับตา) : พระมหากษัตริย์จะเจริญรุ่งเรืองดี

                  สรุปโหรบอกว่า บ้านเมืองจะวุ่นวาย ความฉิบหายเป็นอันมาก


หมายเหตุ รู้ไว้เป็นเครื่องประดับสติปัญญา อาจจะเสียเวลาอ่านบ้าง ถือว่าเป็นอาภรณ์ประดับกาย

ด้วยความปรารถนาดีจาก : 
สภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ขอบพระคุณผู้เรียบเรียง นายประสาธน์ ศรีจักร กรรมการ / ฝ่ายพิธีกรรม สภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์

อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มอบรางวัลคนดีบุคคลต้นแบบคุณธรรม 9 ประการ และเสริมสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทย ประจำปี 2560

           เมื่อวันอังคารที่ 4 เมษายน 2560 เวลา 09.15 น. ณ หอประชุมใหญ่อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายสำรวย เกษกุล นายอำเภอขุขันธ์ เป็นประธานในการประชุมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอำเภอขุขันธ์ ประจำเดือนเมษายน 2560 โดยในวาระก่อนการประชุม นายสำรวย เกษกุล นายอำเภอขุขันธ์ ได้ให้เกียรติมอบเกียรติบัตร เชิดชูคนดีบุคคลต้นแบบคุณธรรม 9 ประการ ของอำเภอขุขันธ์ โดยมีนายขวัญชัย ชัยโพธิ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ มอบหมายให้ นายสุเพียร คำวงศ์ เลขานุการ และกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ นำคนดีบุคคลต้นแบบคุณธรรม 9 ประการของอำเภอขุขันธ์ เข้ารับมอบใบประกาศเชิดชูฯ รวมทั้งสิ้น จำนวน 9 คน (เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 ที่ประชุมคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ ได้ร่วมกันคัดเลือกบุคคลต้นแบบของอำเภอขุขันธ์ ตามพระราชดำรัส 9 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช) ดังมีรายนามต่อไปนี้
          1. พากเพียรอดทน​ ได้แก่ นายหวน ศรีนาค ต.ปราสาท
          2. เสริมสร้างคนดี ​ ได้แก่ นายบุญส่ง อ่อนคำ ต.ห้วยเหนือ
          3. รู้รักสามัคคี ​ ได้แก่ นายสวัสดิ์ วงษ์ขันธ์ ต.ปรือใหญ่
          4. มีน้ำใจ ​ ได้แก่ นายปกาศิต เพชรล้วน ต.นิคมพัฒนา
          5. ใฝ่ประหยัด ​ ได้แก่ นางไสว ดอกพอง ต.ศรีตระกูล
          6. ซื่อสัตย์สุจริต ​ ได้แก่ นายมังกร ใจหวัง ต.ใจดี
          7. เศรษฐกิจพอเพียง ​ ได้แก่ นายอนัน พันธุชาติ ต.กันทรารมย์
          8. เรียงร้อยไมตรี ​ ได้แก่ นางสมสิน ศรีไชยปัญหา ต.หนองฉลอง
          9. หวังดีมีเมตตา ​ ได้แก่ นายณฐกร ประเสริฐ ต.ห้วยเหนือ

           ขอให้ทุกท่านที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นบุคคลต้นแบบของอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ จงรักษาและดำรงคุณงามความดีให้ยิ่งขึ้นไปและปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชนชาวอำเภอขุขันธ์ และอนุชนรุ่นหลังตลอดไปเทอญฯ

  



1. บุคคลต้นแบบด้านพากเพียรอดทน​ ได้แก่ นายหวน ศรีนาค ต.ปราสาท

2. บุคคลต้นแบบด้านเสริมสร้างคนดี ​ ได้แก่ นายบุญส่ง อ่อนคำ ต.ห้วยเหนือ
3. บุคคลต้นแบบด้านรู้รักสามัคคี ​ ได้แก่ นายสวัสดิ์ วงษ์ขันธ์ ต.ปรือใหญ่
  
4. บุคคลต้นแบบด้านมีน้ำใจ ​ ได้แก่ นายปกาศิต เพชรล้วน ต.นิคมพัฒนา
5. บุคคลต้นแบบด้านใฝ่ประหยัด ​ ได้แก่ นางไสว ดอกพอง ต.ศรีตระกูล

6. บุคคลต้นแบบด้านซื่อสัตย์สุจริต ​ ได้แก่ นายมังกร ใจหวัง ต.ใจดี
7. บุคคลต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียง ​ ได้แก่ นายอนัน พันธุชาติ ต.กันทรารมย์

8. บุคคลต้นแบบด้านเรียงร้อยไมตรี ​ ได้แก่ นางสมสิน ศรีไชยปัญหา ต.หนองฉลอง
9. บุคคลต้นแบบด้านหวังดีมีเมตตา ​ ได้แก่ นายณฐกร ประเสริฐ ทต.ห้วยเหนือ



ภาพ/ข่าว : นายสุเพียร คำวงศ์ งานเลขานุการ/ประชาสัมพันธ์ 
สภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ(4 เมษายน 2560)

นายสุเพียร คำวงศ์ เลขานุการสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์
รักษาการแทน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์
โทร. 098-5869569

สนับสนุนโดย