พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ ก็จัดตามฐานะของเจ้าภาพ ซึ่งเป็นไปตามประเพณีนิยม ที่กระทำเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ หรือผู้มีอุปการคุณตามประเพณีนิยม สำหรับการนับวันเพื่อการบำเพ็ญกุศลอุทิศเนื่องในวาระ ครบ ๗ วัน ๕๐ วัน หรือ ๑๐๐ วัน นั้น ให้ถือว่า เมื่อตายวันไหน ให้ถือเอาวันนั้นเป็นวันสำคัญ คือ เป็นวันอุทิศผล เช่น ตายวันอาทิตย์ ถ้าทำงานเป็น ๒ วัน ให้สวดมนต์ในวันเสาร์ เลี้ยงพระหรือถวายภัตตาหารในวันอาทิตย์ แล้วจึง อุทิศผลบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ แต่ถ้าเป็นการทำงานวันเดียว ต้องจัดให้มีการสวดมนต์และฉันภัตตาหาร ในวันอาทิตย์ เนื่องจากการอุทิศผลนั้น นิยมทำล่วงไปแล้ว ๗ วันจากวันที่ตาย จึงได้ถือเอาวันที่ ๘ เป็นวันอุทิศผล
การบำเพ็ญกุศลอุทิศ ครบ ๗ วัน เรียกว่า สัตตมวาร การบำเพ็ญกุศลอุทิศ ครบ ๕๐ วัน เรียกว่า ปัญญาสมวาร การบำเพ็ญกุศลอุทิศ ครบ ๑๐๐ วัน เรียกว่า สตมวาร
พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศนั้น ต้องแล้วแต่ฐานะของเจ้าภาพ จะทำมากหรือน้อยก็สุดแต่กำลัง ในที่นี้จะกล่าวถึงลำดับขั้นตอนของงานที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บำเพ็ญพระราชทานกุศล ๗ วัน พระราชทานศพ ซึ่งอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดพิธีการบำเพ็ญกุศล ๗ วัน ๕๐ วัน หรือ ๑๐๐ วัน พอสังเขป ดังนี้
ลำดับขั้นตอนการบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ ครบ ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน
การเตรียมการ
๑) จัดเตรียมสถานที่ (การจัดงานอวมงคล)
๒) การเตรียมโต๊ะหมู่บูชา พระพุทธรูป และเครื่องนมัสการ
๓) ในกรณีฌาปนกิจศพแล้ว ให้จัดเตรียมโต๊ะหมู่บูชา เพื่อประดิษฐานอัฐิพร้อมเครื่องบูชา และเครื่องทองน้อย จำนวน ๑ ชุด ถ้าหากยังไม่ได้ทำการฌาปนกิจศพก็ไม่ต้องจัดเตรียม ให้จัดเครื่อง บูชาที่หน้าหีบหรือโกศศพ แล้วแต่กรณี
๔) ธรรมาสน์เทศน์ ในกรณีที่มีการแสดงพระธรรมเทศนา (ถ้ามีเทศน์)
๕) เครื่องกัณฑ์เทศน์สำหรับถวายพระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา (ถ้ามีเทศน์)
๖) เทียนส่องธรรม และเครื่องทองน้อย ๒ ชุด สำหรับเจ้าภาพจุดบูชาธรรม ๑ ที่ และ สำหรับผู้วายชนม์บูชาธรรม ๑ ที่ (ถ้ามีเทศน์)
๗) เตรียมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวนพระสงฆ์แล้วแต่ความเหมาะสม
๘) เครื่องรับรองพระสงฆ์ ชุดน้ำร้อน - น้ำเย็น ถวายพระสงฆ์
๙) อุปกรณ์เครื่องใช้พิธีสงฆ์ในงานอวมงคล
๑๐) เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมสำหรับถวายพระสงฆ์
๑๑) ผ้าไตร หรือสบง สำหรับทอดถวายพระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล
๑๒) ภูษาโยง
๑๓) ภัตตาหาร (ในกรณีมีการเลี้ยงภัตตาหารแด่พระสงฆ์)
๑๔) ภาชนะที่กรวดน้ำ
การปฏิบัติงานพิธี
๑) เมื่อถึงเวลาเจ้าภาพและผู้ร่วมงานพร้อมแล้ว นิมนต์พระสงฆ์ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์
๒) เจ้าภาพหรือประธานพิธีจุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัย กราบ ๓ ครั้ง
๓) เจ้าภาพหรือประธานพิธีจุดเครื่องทองน้อยสักการะศพ (ถ้ามี)
๔) เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร (ในกรณีมีเทศน์ ถ้าไม่มีเทศน์เจ้าหน้าที่อาราธนาศีลก่อน แล้วจึงอาราธนาพระปริตร)
๔) พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ จบบท ภทเทกรตตคาถา (อดีต นานวาคเมยย สนโต อาจิกขเต มุนีติ) ให้พักไว้ก่อน ในกรณีมีเทศน์ ถ้าไม่มีเทศน์พระสงฆ์จะสวดบทถวายพรพระ ต่อไปจนจบบท ภวตุ สพพมงคล....)
๖) เจ้าหน้าที่นิมนต์พระสงฆ์ขึ้นสู่ ธรรมาสน์เทศน์ (กรณีมีเทศน์)
๗) ประธานจุดเทียนส่องธรรม จุดเครื่องทองน้อยบูชาธรรม (สำหรับประธาน)
๘) ประธานหรือมอบทายาทผู้วายชนม์จุดเครื่องทองน้อยบูชาธรรม (แทนผู้วายชนม์)
๙) เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลจบ
๑๐) เจ้าหน้าที่อาราธนาธรรม
๑๑) พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา จบ ลงมานั่งยังอาสน์สงฆ์ ณ ที่เดิม
๑๒) พระสงฆ์สวดถวายพรพระจนจบบท ภวตุ สพพมงคล.....
๑๓) เจ้าหน้าที่จัดเตรียมภัตตาหาร เมื่อพระสงฆ์สวดถวายพรพระถึงบท “พาหุํ...” หรือบท “มหาการุณิโก นาโถ..” เพื่อเตรียมให้เจ้าภาพประเคนพระสงฆ์
๑๔) เมื่อพระสงฆ์สวดถวายพรพระ จบ เชิญประธานหรือเจ้าภาพประเคนภัตตาหาร
๑๕) พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเรียบร้อยแล้ว
๑๖) เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเครื่องไทยธรรมวางไว้เบื้องหน้าพระสงฆ์
๑๗) เจ้าหน้าที่เชิญเครื่องกัณฑ์เทศน์เข้าไปเชิญเจ้าภาพประธานถวายพระสงฆ์ที่แสดง พระธรรมเทศนา
๑๘) จากนั้น เชิญเจ้าภาพ หรือประธานและผู้ร่วมงานถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์
๑๙) เจ้าหน้าที่ลาดภูษาโยง
๒๐) ประธานหรือเจ้าภาพทอดผ้าไตร เพื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล
๒๑) พระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล
๒๒) พระสงฆ์อนุโมทนา (ขณะพระสงฆ์อนุโมทนาเจ้าหน้าที่เก็บภูษาโยง)
๒๓) ประธานกรวดน้ำ - รับพร
๒๔) เสร็จพิธีบำเพ็ญกุศล
อนึ่ง การบำเพ็ญกุศลอุทิศให้ศพ ในวาระครบ ๗ วัน ๕๐ วัน หรือ ๑๐๐ วัน กลางคืนนิยม มีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม อีก ๔ จบ สำหรับการเตรียมการและการปฏิบัติงานพิธีก็มีลักษณะเช่น เดียวกับการสวดพระอภิธรรมประจำคืน
เอกสารอ้างอิง ศาสนพิธีและมารยาทไทย. (2026). Dra.go.th. https://e-book.dra.go.th/ebook/2563/sasanapitee63/mobile/indexhtml