ขุขันธ์ เมืองเก่า ชนทุกเผ่าสามัคคี บารมีพระแก้วเนรมิตวัดลำภูคู่หลวงพ่อโตวัดเขียน กระอูบ เกวียน ครุน้อย เครื่องจักสาน ปราสาทโบราณเป็นศรี ประเพณีแซนโฎนตา...ต้นไม้จะอยู่ได้ก็เพราะราก ชาติจะอยู่ได้ก็เพราะวัฒนธรรม การทำลายต้นไม้ ง่ายที่สุด คือทำลายที่ราก การทำลายชาติไม่ยาก ถ้าทำลายวัฒนธรรม...ไร้รากเหง้า วัฒนธรรม วิถีชีวิต และจิตวิญญาณ ไร้เรา...

พ.ศ. 2427 ยุคแห่งการเบี่ยงเบนข้อมูลทางประวัติศาสตร์เมืองศีร์ษะเกษออกจากเมืองขุขันธ์ ที่เคยอยู่เป็นส่วนหนึ่งภายใต้การปกครองในที่สุด

ในปี พ.ศ. 2427 เป็นยุคแห่งการเบี่ยงเบนข้อมูลทางประวัติศาสตร์เมืองศีร์ษะเกษออกจากเมืองขุขันธ์ ที่เคยอยู่เป็นส่วนหนึ่งภายใต้การปกครองในที่สุด ขอมูลจากเรื่องราวเมืองขุขันธ์ เมื่อปี พ.ศ. 2428 ในบันทึกย่อหมายเหตุเกี่ยวกับลาว เมื่อ ปี ค.ศ. 1885 (ตรงกับ พ.ศ. 2428) ของ เอเตียน เอมอนิเยร์ NOTES SUR LE LAOS,1885 PAR ÉTIENNE AYMONIER SIXIÈME PARTIE (1) LES MÆUONGS KOUIS ET KHMÊRSSommaire ​80. Koukhan. ในหน้า 258. บรรทัดที่ 12 - 34 ความว่า

"ที่เมืองขุขันธ์ ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 1884(พ.ศ. 2427) เราได้พบขบวนรถยนต์รับจ้างของชาวจีนจากเมืองสุรินทร์ จำนวน 51 คันถูกจ้างเหมาโดยคนจีนจากโคราช(Korat)เพื่อขนครั่ง ตามข้อมูลจากหลวงอุดม ผู้นำขบวนรถยนต์รับจ้างชาวจีนจากเมืองสุรินทร์(Souren) ความว่า ค่าจ้างขนส่งจากสุรินทร์-โคราช เพียงคันละ 3 ตำลึง(damling) 2 สลึง(sling) รถยนต์เดินทางขนส่งเป็นระยะเวลา 12 - 14 วัน เส้นทางคมนาคมผ่านด่านตาโป้ย(Dan Ta Pouï) และด่านพระไทร(Prah Chréy ) ได้รับการปรับปรุง ทำให้กำปงธมสตึงแสน มีระยะทางใกล้เมืองขุขันธ์มากกว่าไปเมืองโคราช

ในช่วงนี้ ได้มีผู้กล่าวอ้างว่า อดีตที่ตั้งศูนย์กลางเมืองขุขันธ์ อยู่ที่ บ้านรำดวล ในพื้นที่ของเมืองศีร์ษะเกษ แต่อย่างไรก็ตาม สร้อยต่อท้ายตำแหน่งเจ้าเมืองขุขันธ์ เช่น พระยาขุขันธ์ภักดี ศรีนครลำดวน (ศรีนคร คือ = çri nagara) เชื่อกันว่ามีที่มาจากชื่อของหมู่บ้านรำดวล (ซึ่งในขณะนั้น มีหลายหมู่บ้านที่ชื่อหมู่บ้านขึ้นต้นด้วย รำดวล เช่น บ้านรำดวลตรอเปียงสวาย และบ้านรำดวน เป็นต้น) และในเวลาต่อมาชาวลาวแห่งเมืองศรีสะเกษ ก็ได้ #เบี่ยงเบนข้อมูลทางประวัติศาสตร์ออกจากเมืองขุขันธ์ ที่เคยอยู่เป็นส่วนหนึ่งภายใต้การปกครองในที่สุด

และมีเหตุการณ์การปล้นสะดมเกิดขึ้นที่ด่านช่องทางผ่านเข้า-ออกเมืองขุขันธ์ทางด้านทิศใต้บริเวณเทือกเขาพนมดองเร็ก ในวันที่พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน(ท่านที่ ๘ ท้าววัง หรือ พระวิชัย - พุทธศักราช ๒๓๙๕ - ๒๔๒๖) ได้ถึงแก่กรรมเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.1883 (พ.ศ. 2426) และในเดือนมกราคม ค.ศ. 1884 (พ.ศ. 2426) โลงศพของท่านก็ยังคงตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่บ้าน ซึ่งถูกกั้นด้วยผ้าม่าน และเฝ้าศพโดยสตรีแม่ม่ายที่ล้วนสวมชุดขาวโกนศรีษะ ในระหว่างรอไฟพระราชทานเพลิงศพจากกรุงบางกอกนั้น และพระสงฆ์ได้ถูกนิมนต์มาสวดอภิธรรมศพทุกวัน..."
ประวัติเมืองขุขันธ์ โดยสังเขป


นายขวัญชัย ไชยโพธิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์
โทร. 089-7202420
นายสุเพียร คำวงศ์ เลขานุการสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์
โทร. 098-5869569

สนับสนุนโดย