ขุขันธ์ เมืองเก่า ชนทุกเผ่าสามัคคี บารมีพระแก้วเนรมิตวัดลำภูคู่หลวงพ่อโตวัดเขียน กระอูบ เกวียน ครุน้อย เครื่องจักสาน ปราสาทโบราณเป็นศรี ประเพณีแซนโฎนตา...ต้นไม้จะอยู่ได้ก็เพราะราก ชาติจะอยู่ได้ก็เพราะวัฒนธรรม การทำลายต้นไม้ ง่ายที่สุด คือทำลายที่ราก การทำลายชาติไม่ยาก ถ้าทำลายวัฒนธรรม...ไร้รากเหง้า วิถีชีวิต และจิตวิญญาณ ไร้เรา...

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เมืองขุขันธ์กับเหตุการณ์ครบรอบ ๒๕๐ ปี ในปี พ.ศ.๒๕๕๒...ปีแห่งมหามงคล...

       เหตุการณ์แรกคือ ครบรอบ ๒๕๐ ปี รัชกาลที่ ๑ แห่งราชวงศ์จักรี (ทองด้วง) เสด็จตามพญาช้างเผือกมาที่เมือง ขุขันธ์ พ.ศ. ๒๓๐๒
       เหตุการณ์ที่ ๒ คือ ครบรอบ ๒๕๐ ปี เมืองขุขันธ์ปกครองในระบบราชการขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา ในฐานะหัวเมืองชั้นนอก
       เหตุการณ์ที่ ๓ คือครบรอบ ๒๕๐ ปี ตากะจะได้รับโปรดเกล้าฯ บรรดาศักดิ์เป็น “หลวงแก้วสุวรรณ” ตำแหน่งนายกอง
       เหตุการณ์ที่ ๔ คือครบรอบ ๒๕๐ ปี เชียงขันได้รับโปรดเกล้าฯ บรรดาศักดิ์เป็น “หลวงปราบ” ตำแหน่งผู้ช่วยนายกอง
เหตุการณ์ที่ ๕ คือครบรอบ ๒๕๐ ปี การตั้งศาลหลักเมืองขุขันธ์ ( ปรับปรุงทำนุบำรุงใหม่ ๒๕๕๒)
       เหตุการณ์ที่ ๖ คือครบรอบ ๒๐๐ ปี พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑ หรือสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ( ทองด้วง) ทรงเสด็จสวรรคต (เห็นสมควรที่น่าจะสร้างอนุสรณ์สถานอนุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ เมืองขุขันธ์ อีกด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญร่งเรืองแห่งเมืองขุขันธ์ สืบไป)
       ด้วยเหตุการณ์และเหตุผลดังกล่าวในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จึงเห็นควรจัดทำบุญเฉลิมฉลอง ๒๕๕๒ ปี เมืองขุขันธ์ให้ยิ่งใหญ่สมกับเป็นเมืองประวัติศาสตร์เพื่อเตรียมการขอยกฐานะเป็นจังหวัดขุขันธ์ต่อไป

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ18 พฤษภาคม 2554 14:09

    ใครบังอาจย้ายศาลหลักเมืองขุขันธ์
    ชาวขุขันธ์เรียกศาลหลักเมืองว่า “ตากลางเมือง หรือ อารักษ์กลางเมือง” บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองขุขันธ์ได้หาจุดที่ตั้งศาลหลักเมือง เรียกว่า “สะดือเมือง” แล้วก่อสร้างศาลหลักเมืองไว้ให้ลูกหลานได้เคารพบูชาเป็นที่พึ่ง และมีการสวดอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อมาช่วยปกปักรักษาชาวบ้านชาวเมืองให้ได้อาศัยอยู่อย่างเป็นสุขชั่วกัปกัลป์ เมื่อตั้งสะดือเมือง ที่เรียกว่า “ตากลางเมือง หรือ อารักษ์กลางเมือง” แล้วย้ายไม่ได้ ถ้าใครบังอาจย้ายต้องมีอันเป็นไป
    “ตากลางเมืองขุขันธ์ หรือ อารักษ์กลางเมืองขุขันธ์” มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อ พ.ศ. 2488 พันธมิตรได้ส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่เมืองขุขันธ์ กะจะทิ้งระเบิดให้ตกลงตรงใจกลางเมืองขุขันธ์ คนเฒ่าคนแก่เล่าว่าขณะนั้นได้ยินเสียงคนควบม้าไปทั่วเขตเมืองขุขันธ์ ทำให้นักบินมองไม่เห็นเมืองขุขันธ์ จึงได้ปลดระเบิดตกลงที่ “เวียลตาย” ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณระหว่างโรงเรียนขุขันธ์วิทยาในปัจจุบันกับบ้านบก เมืองขุขันธ์จึงรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดของพันธมิตรในคราวนั้นมาได้เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของตากลางเมืองนี่เอง ฉะนั้นใครบังอาจย้ายศาลหลักเมืองก็จะต้องมีอันเป็นไป คือ “อารักษ์กั๊จกอ” นั่นเอง

    ตอบลบ

นายขวัญชัย ไชยโพธิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ โทร.089-7202420
นายสุเพียร คำวงศ์ เลขานุการ/ประชาสัมพันธ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ โทร. 098-5869569
สนับสนุนเวปไซต์ โดย...
เที่ยวนครวัด-นครธม ประหยัดและปลอดภัย
สนใจติดต่อโทร. 098-5869569

โรงแรมระนารีสอร์ท - RANA RESORT HOTEL
ถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ตำบล ดองกำเม็ด
อำเภอ ขุขันธ์ จังหวัด ศรีสะเกษ 33140 Tel: (+66) 879658050

ระเบียงน้ำรีสอร์ท - RABIANG NAM RESORT
ตำบล ดองกำเม็ด อำเภอ ขุขันธ์
จังหวัด ศรีสะเกษ 33140 Tel: (+66) 45671763

บ้านสวนศรีสุภาพ - BAN SUAN SI SUPHAP
ตำบล ห้วยเหนือ อำเภอ ขุขันธ์
จังหวัด ศรีสะเกษ 33140 Tel: (+66) 45671666

โรงแรมตั้งใจรีสอร์ท - TANG CHAI RESORT
ถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ตำบล หนองฉลอง
อำเภอ ขุขันธ์ จังหวัด ศรีสะเกษ 33140 Tel: (+66)