ขุขันธ์ เมืองเก่า ชนทุกเผ่าสามัคคี บารมีพระแก้วเนรมิตวัดลำภูคู่หลวงพ่อโตวัดเขียน กระอูบ เกวียน ครุน้อย เครื่องจักสาน ปราสาทโบราณเป็นศรี ประเพณีแซนโฎนตา...ต้นไม้จะอยู่ได้ก็เพราะราก ชาติจะอยู่ได้ก็เพราะวัฒนธรรม การทำลายต้นไม้ ง่ายที่สุด คือทำลายที่ราก การทำลายชาติไม่ยาก ถ้าทำลายวัฒนธรรม...ไร้รากเหง้า วัฒนธรรม วิถีชีวิต และจิตวิญญาณ ไร้เรา...

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

สรุปใจความสำคัญของมหาเวสสันดรชาดก ทั้ง 13 กัณฑ์

มหาเวสสันดรชาดก เป็นชาดกที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา ว่าด้วยพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ที่ทรงบำเพ็ญทานบารมี โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 13 กัณฑ์ เพื่อใช้สำหรับการเทศน์มหาชาติ สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้ครับ: [ 1 , 2 , 3 ]
  1. กัณฑ์ทศพร (19 พระคาถา): พระอินทร์ประทานพร 10 ประการแก่พระนางผุสดี ก่อนจะลงมาจุติเป็นพระราชมารดาของพระเวสสันดร
  2. กัณฑ์หิมพานต์ (134 พระคาถา): พระเวสสันดรประทานช้างปัจจัยนาคคู่บ้านคู่เมืองแก่ชาวเมืองกลิงคราษฎร์ ทำให้ชาวเมืองสีพีไม่พอใจ ทูลขอให้พระเจ้าสญชัยเนรเทศพระองค์ออกจากเมือง
  3. กัณฑ์ทานกัณฑ์ (209 พระคาถา): พระเวสสันดรทรงบริจาค "สัตตสดกมหาทาน" (ทาน 7 สิ่ง สิ่งละ 700) ก่อนเสด็จออกจากเมือง พร้อมด้วยพระนางมัทรี พระชาลี และพระกัณหา
  4. กัณฑ์วนปเวสน์ (57 พระคาถา): สองกษัตริย์และพระโอรสธิดาเดินทางผ่านดงไม้เข้าสู่ป่าหิมพานต์ โดยมีเทวดาแปลงกายช่วยนำทาง จนถึงเขาวงกต
  5. กัณฑ์ชูชก (79 พระคาถา): ชูชกพราหมณ์ขอทานผู้เดินทางมาขอลูก ได้รับคำแนะนำจากพราหมณ์เจตบุตรและเดินทางไปถึงอาศรมของพระอัจจุตฤาษี
  6. กัณฑ์จุลพน (35 พระคาถา): ชูชกลวงถามทางจากพราหมณ์เจตบุตร ผ่านดงต่างๆ เข้าไปจนถึงเขาวงกต
  7. กัณฑ์มหาพน (134 พระคาถา): ชูชกเดินทางถึงศาลาอาศรมของพระเวสสันดร ขณะที่พระนางมัทรีเสด็จไปหาผลไม้ในป่า
  8. กัณฑ์กุมาร (101 พระคาถา): พระเวสสันดรทรงประทานพระชาลีและพระกัณหาให้แก่ชูชก แต่ชูชกกลับทุบตีเด็กๆ ต่อหน้าพระพักตร์ พระเวสสันดรทรงข่มพระทัยไว้
  9. กัณฑ์มัทรี (90 พระคาถา): พระนางมัทรีเสด็จกลับจากหาผลไม้ด้วยความยากลำบาก พบลางร้าย และเมื่อทราบว่าลูกทั้งสองถูกประทานให้ชูชกไปก็สลบไป
  10. กัณฑ์สักกบรรพ (43 พระคาถา): พระอินทร์แปลงกายเป็นพราหมณ์มาทูลขอพระนางมัทรี พระเวสสันดรจึงทรงบริจาคพระนางให้ จากนั้นพระอินทร์จึงฝากฝังนางไว้และเสด็จกลับสวรรค์
  11. กัณฑ์มหาราช (69 พระคาถา): ชูชกพาพระกุมารเดินทางหลงไปถึงเมืองสีพี พระเจ้าสญชัยทรงไถ่ตัวหลานทั้งสอง และให้ชูชกกินอาหารจนท้องแตกตาย
  12. กัณฑ์ฉกษัตริย์ (36 พระคาถา): พระเจ้าสญชัยและพระนางผุสดี พร้อมด้วยพระชาลีและพระกัณหา เดินทางไปรับพระเวสสันดรและพระนางมัทรีกลับเมือง เมื่อพบกันทั้งหมดก็สลบไป ด้วยความโศกเศร้า เทวดาจึงบันดาลให้ฝนตกลงมาปลุกให้ฟื้น
  13. กัณฑ์นครกัณฑ์ (48 พระคาถา): ทั้งหกพระองค์เสด็จกลับเมืองสีพี พระเวสสันดรทรงครองราชสมบัติต่อมาด้วยความร่มเย็น

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569

การบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน ของงานที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บำเพ็ญพระราชทานกุศล

        พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ ก็จัดตามฐานะของเจ้าภาพ ซึ่งเป็นไปตามประเพณีนิยม ที่กระทำเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ หรือผู้มีอุปการคุณตามประเพณีนิยม สำหรับการนับวันเพื่อการบำเพ็ญกุศลอุทิศเนื่องในวาระ ครบ ๗ วัน ๕๐ วัน หรือ ๑๐๐ วัน นั้น ให้ถือว่า เมื่อตายวันไหน ให้ถือเอาวันนั้นเป็นวันสำคัญ คือ เป็นวันอุทิศผล เช่น ตายวันอาทิตย์ ถ้าทำงานเป็น ๒ วัน ให้สวดมนต์ในวันเสาร์ เลี้ยงพระหรือถวายภัตตาหารในวันอาทิตย์ แล้วจึง อุทิศผลบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ แต่ถ้าเป็นการทำงานวันเดียว ต้องจัดให้มีการสวดมนต์และฉันภัตตาหาร ในวันอาทิตย์ เนื่องจากการอุทิศผลนั้น นิยมทำล่วงไปแล้ว ๗ วันจากวันที่ตาย จึงได้ถือเอาวันที่ ๘ เป็นวันอุทิศผล

        การบำเพ็ญกุศลอุทิศ ครบ ๗ วัน เรียกว่า สัตตมวาร การบำเพ็ญกุศลอุทิศ ครบ ๕๐ วัน เรียกว่า ปัญญาสมวาร การบำเพ็ญกุศลอุทิศ ครบ ๑๐๐ วัน เรียกว่า สตมวาร

        พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศนั้น ต้องแล้วแต่ฐานะของเจ้าภาพ จะทำมากหรือน้อยก็สุดแต่กำลัง ในที่นี้จะกล่าวถึงลำดับขั้นตอนของงานที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ บำเพ็ญพระราชทานกุศล ๗ วัน พระราชทานศพ ซึ่งอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดพิธีการบำเพ็ญกุศล ๗ วัน ๕๐ วัน หรือ ๑๐๐ วัน พอสังเขป ดังนี้

ลำดับขั้นตอนการบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ ครบ ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน

การเตรียมการ

    ๑) จัดเตรียมสถานที่ (การจัดงานอวมงคล)

    ๒) การเตรียมโต๊ะหมู่บูชา พระพุทธรูป และเครื่องนมัสการ

    ๓) ในกรณีฌาปนกิจศพแล้ว ให้จัดเตรียมโต๊ะหมู่บูชา เพื่อประดิษฐานอัฐิพร้อมเครื่องบูชา และเครื่องทองน้อย จำนวน ๑ ชุด ถ้าหากยังไม่ได้ทำการฌาปนกิจศพก็ไม่ต้องจัดเตรียม ให้จัดเครื่อง บูชาที่หน้าหีบหรือโกศศพ แล้วแต่กรณี

    ๔) ธรรมาสน์เทศน์ ในกรณีที่มีการแสดงพระธรรมเทศนา (ถ้ามีเทศน์)

    ๕) เครื่องกัณฑ์เทศน์สำหรับถวายพระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา (ถ้ามีเทศน์)

    ๖) เทียนส่องธรรม และเครื่องทองน้อย ๒ ชุด สำหรับเจ้าภาพจุดบูชาธรรม ๑ ที่ และ สำหรับผู้วายชนม์บูชาธรรม ๑ ที่ (ถ้ามีเทศน์)

    ๗) เตรียมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวนพระสงฆ์แล้วแต่ความเหมาะสม

    ๘) เครื่องรับรองพระสงฆ์ ชุดน้ำร้อน - น้ำเย็น ถวายพระสงฆ์

    ๙) อุปกรณ์เครื่องใช้พิธีสงฆ์ในงานอวมงคล     

    ๑๐) เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมสำหรับถวายพระสงฆ์

    ๑๑) ผ้าไตร หรือสบง สำหรับทอดถวายพระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล

    ๑๒) ภูษาโยง

    ๑๓) ภัตตาหาร (ในกรณีมีการเลี้ยงภัตตาหารแด่พระสงฆ์)

    ๑๔) ภาชนะที่กรวดน้ำ

การปฏิบัติงานพิธี

    ๑) เมื่อถึงเวลาเจ้าภาพและผู้ร่วมงานพร้อมแล้ว นิมนต์พระสงฆ์ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์

    ๒) เจ้าภาพหรือประธานพิธีจุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัย กราบ ๓ ครั้ง

    ๓) เจ้าภาพหรือประธานพิธีจุดเครื่องทองน้อยสักการะศพ (ถ้ามี)

    ๔) เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร (ในกรณีมีเทศน์ ถ้าไม่มีเทศน์เจ้าหน้าที่อาราธนาศีลก่อน แล้วจึงอาราธนาพระปริตร)

    ๔) พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ จบบท ภทเทกรตตคาถา (อดีต นานวาคเมยย สนโต อาจิกขเต มุนีติ) ให้พักไว้ก่อน ในกรณีมีเทศน์ ถ้าไม่มีเทศน์พระสงฆ์จะสวดบทถวายพรพระ ต่อไปจนจบบท ภวตุ สพพมงคล....)

    ๖) เจ้าหน้าที่นิมนต์พระสงฆ์ขึ้นสู่ ธรรมาสน์เทศน์ (กรณีมีเทศน์)

    ๗) ประธานจุดเทียนส่องธรรม จุดเครื่องทองน้อยบูชาธรรม (สำหรับประธาน)

    ๘) ประธานหรือมอบทายาทผู้วายชนม์จุดเครื่องทองน้อยบูชาธรรม (แทนผู้วายชนม์)

    ๙) เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลจบ

    ๑๐) เจ้าหน้าที่อาราธนาธรรม

    ๑๑) พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา จบ ลงมานั่งยังอาสน์สงฆ์ ณ ที่เดิม

    ๑๒) พระสงฆ์สวดถวายพรพระจนจบบท ภวตุ สพพมงคล.....

    ๑๓) เจ้าหน้าที่จัดเตรียมภัตตาหาร เมื่อพระสงฆ์สวดถวายพรพระถึงบท “พาหุํ...” หรือบท “มหาการุณิโก นาโถ..” เพื่อเตรียมให้เจ้าภาพประเคนพระสงฆ์

    ๑๔) เมื่อพระสงฆ์สวดถวายพรพระ จบ เชิญประธานหรือเจ้าภาพประเคนภัตตาหาร

    ๑๕) พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเรียบร้อยแล้ว

    ๑๖) เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเครื่องไทยธรรมวางไว้เบื้องหน้าพระสงฆ์

    ๑๗) เจ้าหน้าที่เชิญเครื่องกัณฑ์เทศน์เข้าไปเชิญเจ้าภาพประธานถวายพระสงฆ์ที่แสดง พระธรรมเทศนา

    ๑๘) จากนั้น เชิญเจ้าภาพ หรือประธานและผู้ร่วมงานถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์

    ๑๙) เจ้าหน้าที่ลาดภูษาโยง

    ๒๐) ประธานหรือเจ้าภาพทอดผ้าไตร เพื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล

    ๒๑) พระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล

    ๒๒) พระสงฆ์อนุโมทนา (ขณะพระสงฆ์อนุโมทนาเจ้าหน้าที่เก็บภูษาโยง)

    ๒๓) ประธานกรวดน้ำ - รับพร

    ๒๔) เสร็จพิธีบำเพ็ญกุศล  

        อนึ่ง การบำเพ็ญกุศลอุทิศให้ศพ ในวาระครบ ๗ วัน ๕๐ วัน หรือ ๑๐๐ วัน กลางคืนนิยม มีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม อีก ๔ จบ สำหรับการเตรียมการและการปฏิบัติงานพิธีก็มีลักษณะเช่น เดียวกับการสวดพระอภิธรรมประจำคืน

เอกสารอ้างอิง ศาสนพิธีและมารยาทไทย. (2026). Dra.go.th. https://e-book.dra.go.th/ebook/2563/sasanapitee63/mobile/indexhtml


ดร.วัชรินทร์ สอนพูด ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์
นายสุเพียร คำวงศ์ เลขานุการสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์

สนับสนุนโดย