ขุขันธ์ เมืองเก่า ชนทุกเผ่าสามัคคี บารมีพระแก้วเนรมิตวัดลำภูคู่หลวงพ่อโตวัดเขียน กระอูบ เกวียน ครุน้อย เครื่องจักสาน ปราสาทโบราณเป็นศรี ประเพณีแซนโฎนตา...ต้นไม้จะอยู่ได้ก็เพราะราก ชาติจะอยู่ได้ก็เพราะวัฒนธรรม การทำลายต้นไม้ ง่ายที่สุด คือทำลายที่ราก การทำลายชาติไม่ยาก ถ้าทำลายวัฒนธรรม...ไร้รากเหง้า วิถีชีวิต และจิตวิญญาณ ไร้เรา...

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ประวัติเจ้าเมืองขุขันธ์

      เมืองขุขันธ์ดังได้กล่าวแล้วว่า  โดยในฐานะเมืองในอดีตเป็นเมืองขนาดใหญ่  (ตั้งขึ้นเป็นเมืองก่อนเมืองใด ๆ ในจังหวัดศรีสะเกษ ) การปกครองบ้านเมืองของไทยในอดีตโดยเฉพาะในสมัยกรุงศรีอยุธยา  สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  จนถึงยุคปฏิรูปการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาลนั้น  ได้ยึดหลักเดิมที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ  พระมหากษัตริย์องค์ที่  ๘  แห่งกรุงศรีอยุธยา  ทรงกำหนดไว้จะมีวิธีการแตกต่างไปบ้าง  ก็เพียงแต่ทรงมอบอำนาจไม่ให้เสนาบดีก้าวก่ายกัน  อันมีสืบมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเพทราชา  ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับยุคสมัยจึงยุติว่า  กรุงรัตนโกสินทร์ปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชองค์พระมหากษัตริย์ปกครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรมและทรงใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาด  ผู้ใดจะขัดขืนต่ออำนาจหรือโต้แย้งพระบรมราชโองการมิได้  โดยกำหนดเป็นศูนย์ปกครองแยกเป็น  3  รูปแบบ ได้แก่
1. รูปแบบเมืองราชธานี
2. รูปแบบเมืองหัวเมือง
3. รูปแบบเมืองประเทศราช
สำหรับเมืองขุขันธ์  ถือว่าปกครองในรูปแบบหัวเมืองแบบจตุสดมภ์  คือเป็นแบบที่มีลักษณะที่คล้ายองค์กรปกครองราชธานี  เริ่มมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นแบบเดิมของไทย  โดยดัดแปลงมาจากแบบของเขมร อันเป็นวัฒนธรรมปกครองหัวเมือง "แบบเจ้าเมืองกินเมือง"  แยกลักษณะองค์กรออกเป็น  5  ตำแหน่ง  คือ  คณะอาชญาสิทธิ์  ผู้ช่วยคณะอาชญาสิทธิ์  กรมการเมืองพิเศษ  กรมการเมืองผู้ช่วยและพนักงาน
คณะอาชญาสิทธิ์ คือ  คณะผู้บัญชาสิทธิ์ขาด  เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  คณะกรรมการเมืองใหญ่  พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ  แต่งตั้ง  "เจ้าเมือง"   ผู้ว่าราชการเมือง  หรือผู้สำเร็จราชการเมืองมีบรรดาศักดิ์เป็น   พระ,  พระยา, และ เจ้าพระยา   ถือบรรดาศักดิ์ตามฐานะของเมืองทรงมอบอำนาจให้ปกครอง  บังคับบัญชา  ปลัดเมืองยกบัตรเมือง  กรมการเมืองและราชการในเมืองนั้น ๆ  ถ้ามีเมืองขึ้นให้บังคับบัญชาเมืองขึ้นด้วย  และทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งกรมการเมืองผู้ใหญ่ร่วมเป็นคณะอาชญาสิทธิ์  ประกอบด้วย
1. เจ้าเมือง
2. ปลัดเมือง
3. ยกบัตรเมือง
4. ผู้ช่วยราชการเมือง ( บางเมืองมีหลายคน )
5. กรมการพิเศษเมือง
ดังได้กล่าวมาแล้วว่า จุดกำเนิดของเมืองขุขันธ์สืบเนื่องมาจากสมัยอยุธยาเป็นราชธานี  ซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์  มีเหตุการณ์เกิดขึ้น  คือ  พญาช้างเผือกได้แตกโรงหนีจากอยุธยาเข้าป่ามุ่งสู่ชายแดนไทย - เขมร แถบภูเขาพนมดงรัก  จึงได้โปรดให้นายทองด้วงและนายบุญมา สองพี่น้องที่เป็นทหารเอกแห่งกรุงศรีอยุธยาออกติดตามพญาช้างเผือก  โดยมาถึงเมืองพิมาย  เจ้าเมืองพิมายนำคณะไปพบหัวหน้าหมู่บ้านเขมรป่าดงในเขตสุรินทร์  แต่ยังมิได้ข่าวพญาช้างเผือกแต่อย่างใดจึงนำคณะไปพบกับหัวหน้าชาวเขมรป่าดงซึ่งเป็นพรานที่มีความชำนาญในการจับช้าง  ชื่อว่า "ตากะจะ" และ "เชียงขัน" ที่อยู่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน จึงได้ข่าวว่ามีช้างเผือกมาอยู่กับฝูงช้างป่าจริง หัวหน้าเขมรป่าดงทั้ง  6 คน สามารถจับพญาช้างเผือกได้  และมอบให้คณะผู้ติดตามนำกลับกรุงศรีอยุธยาด้วยความปิติยินดีของคณะผู้ติดตามยังความดีความชอบของหัวหน้าเขมรป่าดงทั้ง  6  คน จึงได้รับโปรดเกล้า ฯ  บรรดาศักดิ์ ในระดับ "หลวง" ทุกคน สำหรับ"ตากะจะ" หัวหน้าเขมรป่าดงบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน ได้รับโปรดเกล้า ฯให้บรรดาศักดิ์เป็น "หลวงแก้วสุวรรณ"  ทำหน้าที่นายกองหัวหน้าหมู่บ้าน  และทำราชการขึ้นต่อเมืองพิมาย หลวงแก้วสุวรรณได้สร้างบ้านแปลงเมืองรวบรวมไพร่พลพอสมควรแล้วได้ทรงโปรดเกล้า ฯ  ให้ยกฐานะ "บ้านปราสาทสี่เหลี่ยมโคกลำดวน" ขึ้นเป็น "เมืองขุขันธ์"  และโปรดเกล้า ฯให้เลื่อนบรรดาศักดิ์ "หลวงแก้วสุวรรณ" เป็น "พระไกรภักดีศรีนครลำดวน"  และบรรดาศักดิ์ครั้งสุดท้ายในราชทินนาม "พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน" เป็นเจ้าผู้ปกครองเมืองขุขันธ์เป็นคนแรก
  
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2306  จนถึงปี พ.ศ. 2450 มีการเปลี่ยนตำแหน่งเจ้าเมืองเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการเมือง ทำให้มีเจ้าผู้ครองเมืองขุขันธ์ในฐานะบรรดาศักดิ์ "พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน" และ"พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน  เจ้าเมืองขุขันธ์"  สืบทอดอำนาจปกครองโดยสืบสายสกุลต่อเนื่องจนถึงลำดับที่  9  และเมื่อเข้าสู่สมัยปฏิรูปการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาลทำให้ตำแหน่ง  "เจ้าเมืองกินเมือง"  หรือ  "เจ้าเมือง"  หมดไป  โดยเปลี่ยนเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองจนกระทั่งปัจจุบันเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในที่สุด
   
เมืองขุขันธ์มีผู้ปกครองในตำแหน่ง เจ้าเมือง รวม  ๙  ลำดับ ดังนี้ (โปรดคลิกที่รูปเจ้าเมืองแต่ละท่าน เพื่ออ่านประวัติ)

                   
1. พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน หรือ ตากะจะ
หรือหลวงแก้วสุวรรณ เป็นเจ้าเมืองขุขันธ์ท่านแรก
(ตากะจะ - พุทธศักราช ๒๓๐๒ - ๒๓๒๑)


                   

2. พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน ท่านที่ ๒
(เชียงขัน หรือ หลวงปราบ - พุทธศักราช ๒๓๒๑ - ๒๓๒๕)
       
                   
3. พระยาขุขันธ์ ภักดีศรีนครลำดวน ท่านที่ ๓
( ท้าวบุญจันทร์ หรือ พระไกร - พุทธศักราช ๒๓๒๕ - ๒๓๖๙)

                   

4. พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน ท่านที่ ๔
( ท้าวทองด้วง หรือ พระสังฆะบุรี  - พุทธศักราช ๒๓๗๑ - ๒๓๙๓)

                   

5. พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน ท่านที่ ๕
( ท้าวใน หรือ หลวงภักดีภูธรสงคราม - พุทธศักราช ๒๓๙๓ )


                   

6. พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน ท่านที่ ๖
( ท้าวนวน หรือ พระแก้วมนตรี - พุทธศักราช ๒๓๙๓ )


                  

7. พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน ท่านที่ ๗
(ท้าวกิ่ง หรือ หลวงภักดีภูธรสงคราม - พุทธศักราช ๒๓๙๓ - ๒๓๙๕)


                  

8. พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน ท่านที่ ๘
(ท้าววัง หรือ พระวิชัย - พุทธศักราช ๒๓๙๕ - ๒๔๒๖)


                  

9. พระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน ท่านที่ ๙
(ท้าวปาน หรือ ปัญญา ขุขันธิน - พุทธศักราช ๒๔๒๖- ๒๔๔๐
/ ผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๐ - ๒๔๕๐)
ได้รับโปรดเกล้าพระราชทานนามสกุล "ขุขันธิน")

หมายเหตุ ปี พ.ศ. ๒๔๔๐ เป็นปีที่มีการเปลี่ยนตำแหน่งจาก "เจ้าเมืองขุขันธ์" เป็นตำแหน่ง "ผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์" โดยศาลากลาง ยังคงตั้งอยู่ที่เมืองขุขันธ์
จวนผู้ว่าราชการจังหวัดขุขันธ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๐ - ๒๔๕๐ ตำแหน่งที่ตั้งเดิม
อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ สนง.ปศุสัตว์อำเภอขุขันธ์ ปัจจุบันถูกโรงฆ่าสัตว์(เก่า)
ของเทศบาลตำบลเมืองขุขันธ์สร้างทับโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์...ถ้าย้ายโรงฆ่าสัตว์(เก่า)ออกก็น่าจะดีเพราะเชื่อว่าน่าจะช่วยเสริมให้ดวงเมืองขุขันธ์ ดีขึ้น...และเมืองขุขันธ์ของเรา
จะเจริญรุ่งเรือง...ตลอดไปในภายภาคหน้า...
ปี พ.ศ. ๒๔๕๐ ย้ายศาลากลางเมืองขุขันธ์ไปตั้ง ณ อำเภอกลางศรีสะเกษ ยุบรวมเมืองบริเวณขุขันธ์ ได้แก่ เมืองขุขันธ์  เมืองศรีสะเกษ และเมืองเดชอุดม เป็นเมืองเดียว เรียกว่า "เมืองขุขันธ์"   ทำให้ตำแหน่งข้าหลวงประจำเมืองบริเวณขุขันธ์ ที่พระยาบำรุงบุระประจันต์จางวาง ดำรงตำแหน่งอยู่ถูกยกเลิกไป แต่ก็ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์ เป็นท่านที่ ๒ แทนท่านพระยาขุขันธ์ภักดีศรีนครลำดวน(ปัญญา ขุขันธิน) ผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์คนแรก ซึ่งได้รับตำแหน่งใหม่เป็น  "กรมการพิเศษจังหวัดขุขันธ์"

ปี พ.ศ. ๒๔๕๙ เปลี่ยนจากตำแหน่งผู้ว่าราขการเมืองขุขันธ์เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดขุขันธ์ แต่ศาลากลางจังหวัดขุขันธ์ ยังตั้งอยู่ ณ อำเภอกลางศรีสะเกษ

ปี พ.ศ. ๒๔๘๑ เปลี่ยนชื่อจังหวัดขุขันธ์ เป็น ชื่อ จังหวัดศรีสะเกษ และเปลี่ยนตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดขุขันธ์ เป็นตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ 

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ27 กุมภาพันธ์ 2559 14:05

    อยากทราบประวัติหม่อมคำเมียง หม่อมมารดาของหม่อมเจ้าชมิยบุตร พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งจากประวัติมูลนิธิหม่อมคำเมียง ชุมพล ณ อยุธยา โรงเรียนสตรีสิริเกศ บอกแค่ว่าเป็นเจ้านายหญิงเมืองขุขันธ์ มีความรู้ความสามารถในการอ่านและเขียนภาษาเขมรได้อย่างแตกฉานจนได้รับการถวายตัว ณ วังสงัด ประวัติคร่าวๆคือหลานเจ้าเมืองขุขขันธ์แต่ไม่ทราบท่านใด สมัยใด

    ตอบลบ

นายขวัญชัย ไชยโพธิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ โทร.089-7202420
นายสุเพียร คำวงศ์ เลขานุการ/ประชาสัมพันธ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอขุขันธ์ โทร. 098-5869569
สนับสนุนเวปไซต์ โดย...
เที่ยวนครวัด-นครธม ประหยัดและปลอดภัย
สนใจติดต่อโทร. 098-5869569

โรงแรมระนารีสอร์ท - RANA RESORT HOTEL
ถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ตำบล ดองกำเม็ด
อำเภอ ขุขันธ์ จังหวัด ศรีสะเกษ 33140 Tel: (+66) 879658050

ระเบียงน้ำรีสอร์ท - RABIANG NAM RESORT
ตำบล ดองกำเม็ด อำเภอ ขุขันธ์
จังหวัด ศรีสะเกษ 33140 Tel: (+66) 45671763

บ้านสวนศรีสุภาพ - BAN SUAN SI SUPHAP
ตำบล ห้วยเหนือ อำเภอ ขุขันธ์
จังหวัด ศรีสะเกษ 33140 Tel: (+66) 45671666

โรงแรมตั้งใจรีสอร์ท - TANG CHAI RESORT
ถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 220 ตำบล หนองฉลอง
อำเภอ ขุขันธ์ จังหวัด ศรีสะเกษ 33140 Tel: (+66)